3 เหตุผล ที่ลดความอ้วนเท่าไหร่ก็ไม่ปังซักที!

0
572

ลดความอ้วนเท่าไหร่ก็ไม่ผอมสักที ออกกำลังกายก็เเล้ว กินอาหารคลีนๆก็เเล้ว ทำไมน้ำหนักหรือรูปร่างมันยังไม่เปลี่ยนไปอีกนะ คุณเคยมีคำถามเหล่านี้เกิดขึ้นในหัวมั้ยคะ? ว่าทำไมสิ่งที่คุณทุ่มเทลงไปมันถึงยังไม่เห็นผลสักที เอาล่ะค่ะ เรามีเหตุผล 3 ข้อเน้นๆ ที่เป็นตัวแปรของอาการ “น้ำหนักไม่ลด” หรือน้ำหนักคงที่มานาน มาเล่าสู่กันฟัง บอกเลยว่านี่คือปัญหาที่หลายๆคนมองข้ามเพราะคิดว่าไม่สำคัญ แต่ถ้าคุณคิดว่ามันจะเปลี่ยนมุมมองของคุณได้ใหม่ ก็ลองมาอ่านกันดูเลย!

ปัญหา: ดื่มน้ำไม่เพียงพอ

ดื่มน้ำ
ดื่มน้ำ

น้ำจําเป็นต่อการลําเลียงสารอาหารไปสู่เซลล์ ชะล้างของเสีย และรักษาอารมณ์ แค่ไม่ได้จิบน้ำหลายชั่วโมงก็ทําให้อารมณ์แกว่ง เหนื่อยง่ายและปวดหัว จากการศึกษาของวารสาร Nutrition การกินผลไม้หรือผักที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยให้ร่างกายชุ่มชื่น อย่างเช่น ข้าวกล้อง ข้าว โอ๊ต จะดูดซับน้ำขณะหุงและเพิ่มความชุ่มชื่นให้ร่างกายเมื่อกินเข้าไป ชาวอเมริกันบริโภคโซเดียมปริมาณมากกว่าที่ร่างกายควรได้รับต่อวันถึง 2 เท่า (ซึ่งเท่ากับว่ายิ่งกินโซเดียมเยอะเท่าไหร่ ตัวก็ยิ่งบวมขึ้นเท่านั้น เป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าลดน้ำหนักเท่าไหร่ ก็ยังใส่เสื้อผ้าไซส์เดิมไม่ได้สักที) ซึ่งการดื่มนํ้ำเยอะๆ นั้นขับโซเดียมส่วนเกินออกไปได้ หากวันไหนรู้ตัวว่าดื่มน้ำน้อย พยายามกินอาหารที่อุดมด้วยโพแทสเซียมอย่างถั่วที่ไม่อบเกลือหรือปลา โพแทสเซียมจะทํางานร่วมกับโซเดียม ช่วยรักษาสมดุลของเหลวภายในเซลล์ เร่งการขับโซเดียม คลายผนังเส้นเลือด และช่วยลดความดันเลือด

ปัญหา: นอนไม่ครบ 8 ชั่วโมง

นอนหลับ
นอนหลับ

ตื่นมาก็ไม่สดใส มึนๆ ซึมเซาทั้งวัน ไม่อยากเวิร์คเอาท์ ไม่มีกระจิตกระใจจะออกกำลังกายเลยวันนี้ ลองปิดสวิตช์ตัวเองสักพักด้วยการดื่ม Drip Coffee (กาแฟที่ชงด้วยการกรอง) ซึ่งมีกาเฟอีนสูง ปล่อยให้เย็นแล้วดื่มรวดเดียวหมดแก้ว จากนั้นงีบสัก 25 นาทีเพราะกาเฟอีนไปสกัดการตอบสนองอะดีโนซีน สารที่เป็นสาเหตุของอาการเซื่องซึม แต่ต้องใช้เวลา 25-30 นาทีจึงจะออกฤทธิ์ เมื่อตื่นขึ้นมาคุณจะรู้สึกสดชื่นขึ้น คุณอดนอนเป็นประจําหรือเปล่าคะ? ลองจัดตารางการนอนของตัวเอง แม้คุณเพิ่งนอนหลับไปไม่กี่ชัวโมง แต่กลับไม่รู้สึกง่วงเมื่อถึงเวลานอน เพราะเมื่อคุณตื่นในช่วงที่ร่างกายควรหลับลึก บางทีอาจต้องใช้เวลาให้สมองรู้สึกง่วงอีกครั้ง อาการงัวเงียมักถามหา พยายามนอนให้ครบ 7-8 ชั่วโมง นับจากเวลาที่คุณตั้งปลุก จะได้ตื่นขึ้นมาออกกำลังกายอย่างสดใส มีความสุข แถมดีต่อผิวพรรณอีกด้วย (ผลการวิจัยหลายแห่งยังบอกอีกด้วยว่าคนที่นอนน้อยมีโอกาสน้ำหนักตัวพุ่งสูงกว่าคนที่นอนหลับอย่างเพียงพอ)

ปัญหา: คุณไม่มีแรงจูงใจในการเวิร์คเอาท์

ออกกำลังกาย
ออกกำลังกาย

เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยมีโมเม้นท์แบบว่า ชั้นก็อยากหุ่นดีนะ อยากมีกล้ามหน้าท้องเหมือนนางแบบ Victoria’s Secret บ้าง แต่จนเเล้วจนเล่าก็ไม่ลุกขึ้นมาออกกำลังกายสักที นั่นเป็นเพราะว่าคุณไม่มีแรงจูงใจมากพอที่จะเปลี่ยนตัวเองค่ะ เอาอย่างนี้ หรือคุณจะลองคิดลบคำสบประมาทของคนอื่นๆดู ดีไหมคะ? อย่างเช่น แฟนตัวดีที่บอกว่าชาตินี้คุณก็ไม่มีทางหุ่นดีหรอก หรือแกงค์เพื่อนสาวที่คอยล้ออยู่เสมอว่าหุ่นคุณน่ะมันอ้วนแค่ไหนเเล้ว ลองใช้คำสบประมาทเหล่านั้นมาเป็นแรงผลักดันเพื่อทำอะไรดีๆให้กับตัวเอง หรือถ้าคุณเป็นประเภทที่คำสบประมาทจะยิ่งทำให้จิตใจย่ำแย่ ไม่อยากลุกขึ้นมาทำอะไร แย่ก็แย่ไป ไม่สนใจละ ลองใช้แรงบันดาลใจเป็นศิลปินที่คุณชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นดารา นักร้อง นางแบบ เลือกคนที่มีหุ่นในฝัน กล้ามหน้าท้องเเน่นๆ เอวคอด ช่วงขาเรียวเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เเล้วลองเสิร์ชถึงเคล็ดลับในการดูแลรูปร่างของพวกเธอ ว่ากินยังไง ออกกำลังกายยังไง เเล้วนำมาปรับใช้กับตัวเอง ปริ้นท์รูปพวกเธอมาติดไว้บนหัวเตียง ให้เห็นได้ทุกวัน เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ลุกขึ้นมาเวิร์คเอาท์เป็นประจำ คิดเอาไว้ว่าฉันต้องทำได้ ไม่ใช่เพื่อคนอื่น แต่เพื่อตัวเอง ยิ่งเราดูดีมากขึ้นเท่าไหร่ หุ่นดี สตรองมากขึ้นแค่ไหน เราก็จะยิ่งนับถือในความพยายามของตัวเองมากขึ้น ได้ทั้งหุ่น ได้ทั้งทัศนคติเชิงบวกให้กับตัวเองมากยิ่งขึ้นด้วย

แนะนำ: 12 เคล็ดลับสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย

เอาล่ะ เมื่อปัญหาเหล่านั้นหมดไปเเล้ว ลุกขึ้นมาค่ะ! เปลี่ยนแปลงตัวเองจากยัยหมูตอนให้กลายเป็นนางฟ้าสุดฮอตให้ได้ หนทางอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ไม่ยากเกินความสามารถของคุณแน่นอน!